blogpic1

อยากเลี้ยงงูตัวแรก?

  • EXOTIC ขนาดใหญ่
  • EXOTIC ขนาดเล็ก
  • แมลง & สัตว์เลื้อยคลาน
  • ThaiPet
  • 22 Jun, 2026
  • 81

การก้าวเข้าสู่โลกของ "คนรักสัตว์แปลก" (Exotic Pets) โดยเฉพาะการเลี้ยงงู
เป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นครับ หลายคนอาจจะยังกลัว แต่จริงๆ แล้วงูเลี้ยงค่อนข้างรักสงบ ดูแลง่าย ไม่มีกลิ่น และไม่ส่งเสียงดังรบกวนเพื่อนบ้านเลย
สำหรับมือใหม่ที่กำลังเล็งๆ อยากรับน้องมาเลี้ยงสักตัว นี่คือคู่มือฉบับเข้าใจง่ายที่จะช่วยให้คุณเริ่มต้นได้อย่างถูกต้องครับ

3 สายพันธุ์ยอดฮิตสำหรับมือใหม่

งูที่เหมาะกับผู้เริ่มต้นควรมีนิสัยไม่ดุร้าย กินง่าย และขนาดตัวไม่ใหญ่จนเกินไป โดย 3 สายพันธุ์นี้ตอบโจทย์ที่สุดครับ:
คอร์นสเนก (Corn Snake) แชมป์ตลอดกาลสำหรับมือใหม่ นิสัยเชื่องมาก สีสันและลวดลาย (Morph) มีให้เลือกเยอะมาก ขนาดโตเต็มที่ประมาณ 1.2 - 1.5 เมตร
บอลพายธอน (Ball Python) สำหรับคนชอบงูตัวอวบๆ หนาๆ นิสัยขี้อาย ชอบขดตัวเป็นลูกบอลเมื่อตกใจ เคลื่อนไหวช้า ดูแลรักษาง่าย
คิงสเนก / มิลค์สเนก (Kingsnake / Milksnake) มีสีสันฉูดฉาด ลายปล้องชัดเจน กินเก่งมาก (แทบจะไม่เคยปฏิเสธอาหาร) แต่บางตัวอาจจะมีความปราดเปรียวและไฮเปอร์กว่าสองสายพันธุ์แรกเล็กน้อย
การเตรียมบ้านใหม่ให้น้องงู (Enclosure)
งูไม่ได้ต้องการพื้นที่กว้างใหญ่โล่งๆ เหมือนสุนัขหรือแมวครับ พวกมันชอบความรู้สึกปลอดภัยและอบอุ่น สิ่งที่ต้องเตรียมมีดังนี้:
กล่องหรือตู้เลี้ยง ควรมีฝาล็อกที่แน่นหนา (งูคือยอดนักแหกคุก!) มีรูระบายอากาศเพียงพอ ขนาดตู้ควรยาวอย่างน้อยครึ่งหนึ่งของความยาวตัวงู
วัสดุปูรอง (Substrate) แนะนำเป็น ซังข้าวโพดบด, วัสดุรองคลานสำเร็จรูป หรือกระดาษหนังสือพิมพ์/กระดาษอเนกประสงค์ (ประหยัดและทำความสะอาดง่ายที่สุด) หลีกเลี่ยงขี้เลื่อยไม้สนเพราะมีน้ำมันที่เป็นพิษต่อระบบทางเดินหายใจของงู
ถ้วยน้ำ ขนาดใหญ่พอที่งูจะลงไปขดตัวแช่ได้ และต้องหนักพอที่ไม่ให้น้องคว่ำถ้วยทำน้ำหก
ที่ซ่อน (Hide Box) ควรมีอย่างน้อย 1-2 อัน วางไว้ในมุมมืดและมุมอุ่น เพื่อให้น้องรู้สึกปลอดภัยและลดความเครียด

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับอาหารและการกิน

ข้อควรรู้ งูเลี้ยงกิน "หนู" เป็นอาหารหลัก หากคุณหรือคนในบ้านรับไม่ได้กับการเห็นหนู (แม้จะเป็นหนูแช่แข็ง) อาจต้องพิจารณาใหม่

ประเภทอาหาร แนะนำให้ใช้ "หนูแช่แข็ง" นำมาละลายน้ำอุ่นให้เท่าอุณหภูมิห้องก่อนเสิร์ฟ การให้หนูแช่แข็งปลอดภัยกว่าหนูเป็นๆ เพราะหนูเป็นๆ อาจกัดงูจนบาดเจ็บสาหัส
ความถี่ในการให้ งูเด็กกินทุกๆ 5-7 วัน ส่วนงูโตเต็มวัยอิ่มยาวๆ ได้ 10-14 วันต่อมื้อ
กฎเหล็กหลังอาหาร ห้ามจับงูมาเล่นเด็ดขาดหลังกินอาหารเสร็จ 48 ชั่วโมง เพราะงูอาจจะสำรอกอาหารออกมาเนื่องจากความเครียด ซึ่งเป็นอันตรายต่อระบบย่อยอาหารมากครับสภาพแวดล้อม เรื่องสำคัญที่ห้ามมองข้าม
งูเป็นสัตว์เลือดเย็น อุณหภูมิรอบตัวจึงสำคัญมาก:
โซนร้อน-โซนเย็น ในตู้เลี้ยงควรแบ่งเป็นฝั่งอุ่น (ประมาณ 29-32°C) โดยใช้แผ่นให้ความร้อน (Heating Pad) ไว้ใต้ตู้ และฝั่งเย็น (อุณหภูมิห้องปกติ 25-27°C) เพื่อให้น้องเลือกปรับอุณหภูมิร่างกายเอง

การลอกคราบ (Shedding) เมื่องูตาเริ่มขุ่นเป็นสีฟ้าและผิวดูซีดลง แปลว่ากำลังจะลอกคราบ ช่วงนี้ให้เพิ่มความชื้นในตู้ด้วยการฉีดละอองน้ำเบาๆ และ งดให้อาหาร จนกว่าจะลอกคราบเสร็จ
การเลี้ยงงูเป็นการลงทุนในระยะยาว เพราะพวกมันมีอายุขัยได้ถึง 15-20 ปีเลยทีเดียวครับ ก่อนรับน้องมาเลี้ยง ลองสำรวจความพร้อมของตัวเองและคนรอบข้างให้ดี แล้วคุณจะพบว่าสัตว์เลื้อยคลานชนิดนี้มีเสน่ห์และน่ารักไม่แพ้สัตว์เลี้ยงชนิดอื่นเลยครับ